บทที่ 9 เกราะกำบัง 2

ติ๊ง!

ลิฟต์จอดที่ชั้น 12 พอดี กลุ่มมนุษย์ป้าที่โดนด่าแบบผู้ดีจนหน้าชาไปทั้งแถบ รีบเบียดเสียดกันเดินออกจากลิฟต์ไปทันทีโดยไม่รอให้ถึงชั้นที่ตัวเองจะไป เสียงบ่นงึมงำไล่หลังหายไปพร้อมกับประตูลิฟต์ที่ปิดลง

ความเงียบกลับคืนมาสู่กล่องสี่เหลี่ยมอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่เปลี่ยนไปจากเดิม... มันมีความอุ่นวาบของความประทับใจแฝงอยู่

กะทิเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างของหมอภิภพที่ยังคงยืนบังเธออยู่ น้ำตาที่กลั้นไว้เมื่อกี้ไหลลงมาอาบแก้มหนึ่งหยดด้วยความซาบซึ้ง "ขะ... ขอบคุณค่ะคุณหมอ" เสียงเธอสั่นเครือ "จริงๆ กะทิชินแล้วค่ะ... โดนว่าประจำ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ"

หมอภิภพหมุนตัวกลับมามองหน้าเธอ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีที่เห็นน้ำตาบนแก้มใส "อย่าพูดว่าชิน" เขาดุเสียงเข้ม มือหนาล้วงผ้าเช็ดหน้าสีเข้มออกจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นส่งให้เธอ "คุณจะใส่ชุดอะไร จะหุ่นแบบไหน มันก็เป็นสิทธิ์ของคุณ ตราบใดที่คุณไม่ได้ไปยืนบนหัวใคร... อย่าไปยอมให้คำพูดขยะพวกนั้นมาลดทอนคุณค่าของตัวคุณเอง"

กะทิรับผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตา กลิ่นหอมของเขาติดอยู่ที่ผ้าจางๆ "แต่กะทิก็อ้วนจริงๆ นี่คะ... ใครเห็นเขาก็ทัก"

"แล้วไง?" หมอภิภพสวนกลับทันควัน "อ้วนแล้วทำงานเก่งไม่ได้เหรอ? อ้วนแล้วกตัญญูไม่ได้เหรอ? อ้วนแล้วเป็นคนดีไม่ได้เหรอ?" เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกก้าว จนกะทิต้องเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาที่มองมา... ไม่มีร่องรอยของการดูถูกหรือรังเกียจแม้แต่น้อย มีแต่ความหงุดหงิดที่เจือไปด้วยความเป็นห่วง

"จำไว้นะกะทิ... ผมเป็นหมอของคุณ ผมรู้ดีที่สุดว่าสุขภาพคุณเป็นยังไง" "และผม... ไม่ชอบให้ใครมาว่า 'คนของผม'..."

เขาชะงักไปนิดหนึ่ง เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าหลุดปากพูดอะไรออกมา ใบหูขาวสะอาดของอาจารย์หมอขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด เขาเสมองไปทางอื่นแล้วรีบกระแอมแก้เก้อ "...อะ... เอ้ย ผมหมายถึง 'คนไข้ของผม' แบบนี้ มันเสียมารยาท"

กะทิยืนตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ‘คนของผม...’ คำคำนี้ดังก้องอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา ถึงเขาจะแก้คำแล้ว แต่ความรู้สึกบางอย่างที่ส่งผ่านมามันชัดเจนเสียจนเธอหน้าแดงก่ำ

ติ๊ง!

ลิฟต์จอดที่ชั้น 15 พอดี หมอภิภพรีบกดปุ่มเปิดประตูค้างไว้ แล้วหันมาพยักหน้าเรียกเธอด้วยสีหน้าเคร่งขรึม (ที่พยายามกลบเกลื่อนความเขิน) "ถึงแล้ว... ไปห้องทำงานผมได้แล้ว ได้เวลาบำบัด"

กะทิเดินตัวลอยๆ ตามหลังเขาออกมาจากลิฟต์ แผ่นหลังกว้างในเสื้อเชิ้ตสีเทานั้น... ดูอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาด วันนี้เธอได้เรียนรู้อีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับหมอภิภพ ภายใต้ความดุและความเจ้าระเบียบ... เขาคือ 'เกราะกำบัง' ที่แข็งแกร่งที่สุดที่เธอเคยมี

ภายในห้องตรวจหมายเลข 1 ที่ถูกปิดไฟหน้าห้องแล้ว เหลือเพียงแสงไฟนีออนสว่างจ้าภายในห้อง กะทินั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของหมอภิภพ มือประสานกันแน่นที่หน้าตัก รอฟังคำพิพากษา

หมอภิภพวางแฟ้มประวัติลงหลังจากจดบันทึกตัวเลขน้ำหนัก "น้ำหนักลดลง" เขาเงยหน้ามองเธอ เลิกคิ้วเล็กน้อย "ถือว่าเริ่มต้นได้ดี ไม่ลดฮวบฮาบจนน่ากลัว แสดงว่าไม่ได้อดอาหารใช่ไหม?"

"ไม่ค่ะ! กะทิกินครบทุกมื้อเลยค่ะ ตามที่คุณหมอสั่งเป๊ะๆ" กะทิรีบรายงานตัว "เมื่อเช้ากินข้าวต้มปลา กลางวันกินเกาเหลา เย็น..."

"เย็นยังไม่ได้กิน" เขาต่อประโยคให้ "ใช่ค่ะ... ก็กะมารอกิน... เอ้ย มารอบำบัดกับคุณหมอนี่ไงคะ" เธอเกือบหลุดปากว่ามารอกินฟรี

หมอภิภพยิ้มมุมปากบางๆ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดสั่งอะไรบางอย่าง "ดี... วันนี้ผมสั่งสลัดโรลกับปลาเผามา เผื่อคุณเบื่ออกไก่"

ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ นี้ทำให้กะทิอดอมยิ้มไม่ได้ ผู้ชายคนนี้... จำได้ด้วยเหรอว่าเธอเคยบ่นในสตอรี่ว่าเบื่ออกไก่

"เอ่อ... คุณหมอคะ" กะทิตัดสินใจพูดเรื่องสำคัญ "เรื่องของขวัญ... ที่ส่งมาเมื่อเช้า"

หมอภิภพทำหน้านิ่ง หยิบปากกามาหมุนเล่น "ของขวัญอะไร? อ๋อ... กิจกรรมรักษ์สุขภาพของโรงพยาบาลน่ะเหรอ?"

"ค่ะ... กิจกรรมที่มีผู้โชคดีคนเดียวคือกะทิ" เธอพูดดักคอ "คุณหมอส่งมาให้ใช่ไหมคะ? เก้าอี้กับโต๊ะนั่น... ราคาแพงมากเลยนะคะ กะทิเช็กราคาดูแล้ว ตัวนึงเกือบสองหมื่น รวมๆ กันเกือบครึ่งแสน... กะทิรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ"

"ทำไมจะไม่ได้?" หมอภิภพวางปากกาลง ประสานมือเท้าคางจ้องหน้าเธอ "ก็คุณเป็นผู้โชคดี... ทางโรงพยาบาลเขาสุ่มแจกตามนโยบาย CSR ส่งเสริมสุขภาพคนในชุมชน คุณก็ได้สิทธิ์นั้นไป ถูกต้องตามกฎกติกา"

"กติกาอะไรคะ ไม่เห็นมีประกาศหน้าเพจโรงพยาบาลเลย" กะทิหรี่ตามองจับผิด

"กติกาภายใน..." เขาแถหน้าตาย "แล้วอีกอย่าง... ผมเห็นคุณนั่งทำงานหลังขดหลังแข็งบนเก้าอี้พลาสติกตัวละร้อยแบบนั้นแล้วผมปวดหลังแทน... ถ้าคุณหลังพัง กระดูกทับเส้นประสาท คุณก็ต้องมาให้ผมผ่าตัดอีก เปลืองทรัพยากรหมอ เปลืองเตียงคนไข้" "สู้ผม... เอ้ย สู้โรงพยาบาลลงทุนซื้ออุปกรณ์ให้คุณทำงานได้สบายๆ ไม่ดีกว่าเหรอ? เป็นการป้องกันไง... เข้าใจไหม?"

เหตุผลร้อยแปดพันเก้าถูกขุดขึ้นมาอ้าง กะทิฟังแล้วอยากจะขำให้ฟันร่วง บ้านไหนแจกเก้าอี้ตัวละสองหมื่น! นี่มัน 'Pipop Medicine' ชัดๆ!

"แถเก่งจังเลยนะคะ..." กะทิพึมพำเบาๆ

"ฮะ? ว่าอะไรนะ?" หมอภิภพถาม

"เปล่าค่ะ... กะทิแค่จะบอกว่า ขอบคุณนะคะ" เธอยกมือไหว้อีกครั้ง ครั้งนี้ไหว้ด้วยใจจริงที่เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้ง "กะทิจะตั้งใจและจะรักษาสุขภาพ ไม่ให้เสียของที่คุณหมอ... เอ้ย ที่โรงพยาบาลอุตส่าห์ให้มาค่ะ"

หมอภิภพมองหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปหยิบเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว "ไหน... มาวัดชีพจรซิ หัวใจเต้นปกติมั้ย?"

กะทิยื่นนิ้วชี้ข้างซ้ายให้เขา หมอภิภพหนีบเครื่องวัดที่ปลายนิ้วเธอ แล้วถือมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย นิ้วหัวแม่มือของเขาเผลอลูบหลังมือเธอเบาๆ อย่างลืมตัว

หน้าจอดิจิทัลแสดงตัวเลขชีพจร 115 118 120

ตัวเลขพุ่งขึ้นเรื่อยๆ จนเครื่องส่งเสียงเตือน ติ๊ดๆๆ

หมอภิภพเลิกคิ้วมองหน้าจอ แล้วเงยหน้ามองกะทิที่ตอนนี้นั่งหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู "ชีพจรเต้นเร็วอีกแล้วนะ..." เขาแกล้งถามเสียงพร่า "ยังตกใจเรื่องป้าในลิฟต์... หรือตกใจหมอกันแน่ครับ?"

กะทิรีบชักมือกลับ "ตะ... ตกใจป้าค่ะ! ป้าเสียงดัง!" เธอโกหกคำโต

"เหรอครับ..." หมอภิภพยิ้มกริ่ม ยอมปล่อยมือเธอแต่โดยดี "งั้นก็นั่งพักให้หายตกใจก่อน... อาหารมาส่งพอดี กินให้อิ่ม แล้วเดี๋ยวผมไปส่งที่บ้าน"

"ไม่ต้องไปส่งก็ได้ค่ะ วันนี้กะทิเอารถมอเตอร์ไซค์มา"

"อ๋อ... งั้นขับรถดีๆ ระวังด้วย"

บทสนทนาเรียบง่ายดำเนินต่อไปในห้องทำงานสี่เหลี่ยม ไม่มีคำว่ารักหลุดออกมาแม้แต่คำเดียว แต่การกระทำทุกอย่าง... ตั้งแต่เก้าอี้ราคาแพง คำปกป้องในลิฟต์ อาหารมื้อเย็น และสายตาที่มองมา มันชัดเจนยิ่งกว่าคำวินิจฉัยโรคใดๆ

กะทิเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า... นี่คือคอร์สบำบัดนิสัยการกิน หรือคอร์สบำบัด 'หัวใจ' ที่กำลังจะทำให้เธอเสพติดหมอคนนี้จนถอนตัวไม่ขึ้นกันแน่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป